ช่วงนี้บริษัทต่างๆทยอยประกาศงบการเงินไตรมาสแรกออกมาแล้ว ^_^
ส่วนมากถ้าบริษัทไหนงบฯออกมาดี นักลงทุนก็มักเชื่อมั่นในความสามารถการประกอบกิจการของบริษัทและพากันเข้าซื้อ ทำให้หุ้นปรับตัวสูงขึ้น
แต่ก็เพิ่งทราบว่าไม่เสมอไปทุกบริษัท
เพราะบางบริษัทก็มีข้อยกเว้น... แม้งบฯออกมาดี แต่ราคาอาจสวนทาง
เพราะงบฯคืออดีตที่จบไปแล้ว แต่ราคาปัจจุบันคือการคาดการณ์อนาคต
โดยเฉพาะบริษัทที่ประกอบกิจการแบบอ้างอิงราคาสินค้า commodity ที่ผลประกอบการจะขึ้นลงเป็นวัฎจักร ตาม Demand Supply ซึ่งหุ้นประเภทนี้เมื่อผลประกอบการไตรมาสที่ผ่านมาออกมาดี ก็ไม่ได้หมายความว่าราคาหุ้นปัจจุบันจะต้องดีตามกิจการที่ "เคยดี"ไปด้วย เนื่องจาก Demand ที่สูงของรอบที่แล้วได้จบลงไปแล้ว
สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ที่ยังไม่ชำนาญความผันผวนของหุ้นประเภทวัฎจักรควรหลีกเลี่ยงนะคะ อาจเกิดเหตุการณ์เก็งกำไรเก้อได้ แต่ถ้าลงทุนแนว VI ก็ไม่ต้องกังวลเพราะสักวันมันคงจะกลับมา (เมื่อไหร่...?)
จริงๆตอนนี้เป็นตอนต่อของตอน เม่าวงใน ใครสงสัยว่าทำไมเม่าซื้อหุ้นตัวนี้ และต้นทุนของเม่าเป็นเท่าไหร่ เชิญอ่านได้ที่นี่ค่ะ
http://www.maoinvestor.com/2011/04/blog-post_17.html
ช่วงนี้เริ่มเห็นพัฒนาการตัวเองหลังจากลงทุนมาได้สักระยะค่ะ เริ่มได้กำไรบ้างแล้ว...
แต่ว่าหลายๆครั้งหลังจากตัดสินใจขายหุ้นไปแล้ว พบว่าหุ้นขึ้นราวติดปีก เหมือนบุญมีแต่กรรมบังอ่ะค่ะ
ศัพท์เทคนิคเขาเรียกว่า "ขายหมู" อู๊ด อู๊ด อู๊ด
ตอนที่หุ้นราคาตกก็เศร้าสร้อย เหงาหงอย ซึม...
แต่พอขายหมูไป มันจะรู้สึกเจ็บใจ โกรธแค้นโชคชะตา หงุดหงิดไปซะทุกอย่าง :'( หงุดหงิดตัวเองว่าทำไมถึงได้ตัดสินใจขายไป หงุดหงิดหุ้นว่าทำไมตอนที่ตรูถือมันไม่เห็นจะเด้งได้เด้งดีอะไรขนาดนี้เลย
จริงๆบางรอบที่ขายไปนี่ได้กำไรอยู่นะคะ แต่ก็ยังมีความทุกข์แบบต่อเนื่อง แอบเข้าไปเฝ้าดูราคาหุ้นที่ขายทิ้งไปทุกวันอย่างอาลัยอาวรณ์ (อารมณ์แบบแอบเข้าไปดู fb แฟนเก่า) ทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีโอกาสกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว (เยอะเนอะ!!)
สำหรับใครที่มีอาการข้างต้น ลองอ่านการ์ตูนตอนนี้ดูนะคะ เผื่อจะช่วยเปลี่ยนแนวคิดได้ ^^
เพื่อนๆที่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นได้สักพักแล้ว เคยสังเกตถึงความแตกต่างของตัวเองกันบ้างหรือเปล่าคะ ระหว่างก่อนเล่นหุ้นและหลังเล่นหุ้น (บางคนอาจต้องนึกนานหน่อยนะคะ)
เมื่อก่อนดิฉันเกลียดการตื่นเช้าไปทำงานมาก แล้วยิ่งตอนก่อนนอนวันอาทิตย์จะทุกข์ทรมานมาก ไม่อยากให้ถึงวันจันทร์ ยิ่งช่วงไหนวันเสาร์อาทิตย์ไปเที่ยวร่าเริงเป็นพิเศษ จะยิ่งหดหู่หนักเมื่อวันจันทร์มาถึง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเป็นลูปทุกสัปดาห์
แต่พอได้มาเล่นหุ้น ก็ทำให้อารมณ์ของเช้าวันจันทร์และเช้าทุกๆวันเปลี่ยนไป...
เรียกได้ว่ามีแรงจูงใจในการตื่นมากขึ้น โดยเฉพาะวันที่ตลาดหุ้นมีการผันผวนมากๆ จะทำให้อยากรู้ว่าวันนี้มันจะเป็นยังไงน้อ... ยิ่งช่วงเล่นหุ้นใหม่ๆอยากให้ทุกวันเป็นวันธรรมดา ตลาดหุ้นจะได้เปิดทุกวัน
มีใครเป็นเหมือนน้องเม่าในตอนนี้บ้างไหมเอ่ย
สวัสดีค่ะ เพื่อนๆทุกท่าน สารคดีชีวิตสัตว์โลกตอนนี้เป็นภาคต่อของ ตอน มาไม้ไหน
http://www.maoinvestor.com/2011/03/blog-post_27.html
หลังจากน้องเม่านั่งรถแจ๊สแล้วเกิดเหตุการณ์อะไรต่อไป ติดตามได้ในการ์ตูนนะคะ (คาดว่าหลายคนคงเดาตอนจบได้แล้ว)
การลงทุนมีความเสี่ยง โดยเฉพาะการลงทุนในหุ้นที่เกินมูลค่าไปมาก นักลงทุนยิ่งต้องระวังนะคะ เม่าเพิ่งเคยเข้ามาเล่นในตลาดหุ้นเมื่อไม่นานมานี้ เพิ่งมีโอกาสได้เห็นปรากฎการณ์ทุบติด floor เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา กับหุ้นตัวหนึ่งที่โดนเทขายทุกราคาจนลงไป 25% ที่เคยขึ้นๆมาหลายไม้เมื่อไม่กี่วันก่อนคืนกลับหมดภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง น่ากลัวมากกกกก O_o' เล่นเอาขวัญหนีดีฝ่อกันทั้งตลาด จนถึงตอนนี้ผ่านมา 2 วันนั่งวิเคราะห์ดูดิฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้โดนเทขายเยอะขนาดนั้น แต่เห็นเขาว่าพฤติกรรมแบบนี้ก็เคยเกิดกับหุ้นตัวนี้มาก่อนหน้านี้แล้วนะคะ
(โปรดดูกราฟประกอบความสยองขวัญ)
ให้กำลังใจทุกท่านที่ถือตัวนี้นะคะ สู้ต่อไปค่า ^_^
ช่วงนี้ยังดูเหมือนเป็นช่วงตลาดขาขึ้น เพื่อนๆ เม่าก็ยังคงรู้สึกคึกคัก กระชุ่มกระชวย ปึ๋งปั๋ง อยากให้ถึงวันจันทร์เร็วๆ (แต่จันทร์นี้ปิดนะจ๊ะ เป็นวันชดเชยแรงงาน) การเล่นหุ้นช่วงนี้ (ประมาณ 1,100 จุด) ดูเหมือนว่าทำอะไรไปก็จะดูดีไปหมด เนื่องจากตลาดมันขาขึ้น ใครมาเล่นก็กำไร :P
แต่ใครจะไปรู้ว่าตลาดมันจะไปได้ไกลอีกแค่ไหน ขึ้นไปได้อีกนานเท่าใด ฝรั่งจะเทขายหุ้นวันไหน ก็ไม่มีใครรู้ การเตรียมกลยุทธ์การเล่นหุ้นไว้ในช่วงขาลงบ้างก็น่าจะดีนะจ๊ะ
การทำ SAP ก็เป็นเทคนิคหนึ่งที่น่าสนใจ แต่ต้องมั่นใจว่าหุ้นช่วงนั้นเป็นหุ้นขาลงจริงๆ และเหมาะสำหรับคนเล่นแนวพื้นฐาน หรือ VI แล้วต้องเป็นเงินเย็นสามารถถือหุ้นได้นานเพื่อรอราคามันดีดตัวกลับมา สุดท้าย หุ้นที่จะทำ SAP ต้องมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของกิจการ ว่าเป็นหุ้นที่ดี มีอนาคต และมีเงินปันผลดีพอสมควรที่จะถือยาวได้ (ดีกว่าฝากแบงค์) ส่วนราคาที่ลงก็เป็นเพราะปัจจัยแห่งความโลภกับความกลัว ไม่ใช่เป็นเพราะปัจจัยพื้นฐานของกิจการเปลี่ยน (ไม่งั้นขายทิ้งดีกว่า ถ้าซื้อผิดตัว)
หรือถ้าใครที่ดู Technical เป็น อาจจะใช้เทคนิค SAP ตอนที่หุ้นเริ่มย่อตัวก็ได้ แต่ส่วนใหญ่ชาวเทคนิคคงจะมีวินัยในการ Cut loss ซะมากกว่า (แบบว่าผ่านพ้นไม่ผูกพัน) เพราะหุ้นที่บรรดาชาวเทคนิคเล่นกัน บางครั้งก็โดนปั่นราคาไปสูงกว่าปัจจัยพื้นฐานไปมากแล้ว
ปล. การทำ SAP ดิฉันว่าเป็นเทคนิคระดับค่อนข้างสูงนะคะ (ดูจะง่ายแต่ไม่ง่ายนะ) ยิ่งสำหรับเพื่อนเม่ามือใหม่ อย่าเสี่ยงทำ SAP เลยดีกว่าค่ะ เพราะอาจจะเป็นเหมือนเม่า ถ้าไม่ใช่หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานและปันผลดีจริง ตัดให้ขาดไปเลย ชับ ชับ ชับ น่าจะดีกว่านะคะ อิ อิ (^.^)
Learn from the mistakes of others. You can't live long enough to make them all yourself. จงเรียนรู้จากความผิดพลาดของผู้อื่น เพราะเราไม่สามารถเรียนรู้ความผิดพลาดทั้งหมดได้ในช่วงชีวิตของเรา (Eleanor roosevelt qutoes)
บล็อกนี้ทำขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อรวบรวมความผิดพลาดจากการเล่นหุ้นของนักลงทุนหน้าใหม่ ให้เป็นอุทาหรณ์แก่แมลงเม่ารุ่นใหม่ทุกท่าน ถ้าคิดว่าบล็อกนี้เป็นประโยชน์ก็ช่วยแชร์ให้เพื่อนๆ อ่านหน่อยนะคะ ถ้าต้องการสนับสนุนพี่เม่าก็อุดหนุนหนังสือได้จ้า ^_^