เดือนมกราถึงเดือนมีนาคม เป็นช่วงยื่นภาษีรายได้บุคคลธรรมดา (ได้ตระหนักว่าตนเองเป็นบุคคลธรรมดากันก็ตอนต้องยื่นภาษีนี่แหละ ><')
สำหรับท่านที่มีรายได้ประจำนอกเหนือจากหุ้นก็ต้องยื่น ภงด.90 หรือ ภงด.91 กันอยู่ทุกปีจนเป็นความเคยชินอยู่แล้ว ยิ่งหาเงินเก่งก็ต้องยิ่งจ่ายภาษีเยอะ แต่รัฐก็ไม่ใจร้ายเกินไปนัก มีวิธีลดหย่อนภาษีให้มากมาย เช่นซื้อกองทุน LTF/RMF ,ดอกเบี้ยบ้าน, บริจาค, ประกันชีวิต ฯลฯ ด้วยวิธีดังกล่าวเราก็จะสามารถขอภาษีที่จ่ายไปคืนได้บางส่วน
แต่สำหรับนักลงทุน มีการขอคืนภาษีจากปันผลหุ้นเพิ่มมาอีกอย่าง ซึ่งการเครดิตภาษีตรงนี้เป็นผลประโยชน์ที่ถูกมองข้ามจากนักลงทุนหลายๆ ท่าน เนื่องจากพอพูดถึงเครดิตภาษีเงินปันผลปุ๊ป จะเกิดจินตนาการที่ว่า ต้องาเสียเวลามากมายไปกับการเตรียมเอกสาร แถมต้องกรอกฟอร์มวุ่นวาย ยากเย็นแสนเข็ญ สลับซับซ้อน แล้วได้คืนกลับมาไม่กี่บาท... ไม่คุ้มหรอก...??
ไม่คุ้มจริงหรอ...?
หากมีโอกาสได้เครดิตเงินคืนถึง 42% ของเงินปันผลเลยล่ะคะ...(ในกรณีที่กิจการนั้นๆ ต้องเสียภาษีนิติบุคคล 30% และนักลงทุนท่านนั้นรายได้รวมไม่ต้องเสียภาษี)
ฟังดู amazing investment มากๆ เหมือนได้ปันผลสองเด้ง พี่เม่าเองก็เพิ่งจะเข้าใจการเครดิตภาษีเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่นั่งทำความเข้าใจอยู่นาน จึงอยากเอามาเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง เผื่อจะเป็นไอเดียในการลงทุนอีกแบบหนึ่ง (เหมาะกับชาวดอยเป็นที่สุด) จริงๆ เนื้อหาค่อนข้างแอบเล่ายากนิดนึง แต่ก็พยายามทำให้งงน้อยที่สุด ซึ่งอาจตกหล่นหรือผิดพลาดไปบ้างก็ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าเลยนะจ๊ะ ฝากแก้ไข เพิ่มเติมให้ด้วยก็จะเป็นประโยชน์กับพวกเฮาชาวเม่าด้วยกัน ^_^
สำหรับท่านที่อ่านจบแล้วอยากเครดิตภาษีคืนใจจะขาด แต่ดันทำใบสีส้มของ TSD ที่ส่งมาให้หายไปซะแล้ว ก็ไม่ต้องรีบกลับไปพลิกบ้านหานะคะ ทาง TSD เค้ามีบริการข้อมูล online ค่ะ
http://www.tsd.co.th/th/investorportal/ เข้าไปลงทะเบียนพร้อม scan บัตรประชาชนไป เพียงเท่านี้...ท่านก็จะได้เอกสารครบถ้วนเพื่อเตรียมยื่นเครดิตภาษีคืนดังใจปรารถนา ^_^
ได้คืนเยอะ อย่าลืมเอามาเลี้ยงกันบ้างนะ :P
สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาด อาจจะเคยได้ยินคำว่า "การลงทุนแนว VI "
การลงทุนแนววีไอ มันคืออะไรกันน้า...แล้วนักลงทุนหน้าใหม่แบบเราจะเป็น VI ได้หรือเปล่า
VI : Value Investment การลงทุนแนวเน้นคุณค่า โดยหลักการทั่วไป เป็นการเข้าซื้อหุ้นที่ราคาต่ำกว่าการวิเคราะห์พื้นฐานของกิจการ อย่างไรก็ตาม การลงทุนแนวนี้มีอีกหลายหลักการแยกย่อยลงไป เช่น Benjamin Graham จะเลือกหุ้นที่มี Margin of Saftey สูง แต่ Warren Buffett จะเลือกหุ้นของบริษัทที่ยอดเยี่ยมในราคาที่เหมาะสม มากกว่าหุ้นถูกๆของบริษัทธรรมดาๆ หรือ ดร.นิเวศน์ จะเลือกหุ้นในกิจการที่ตนเองคุ้นเคย
ความยากของการลงทุนในแนว Value Investment ไม่ใช่แค่การศึกษาปัจจัยพื้นฐาน การแกะงบการเงินต่างๆเท่านั้นแต่สิ่งสำคัญที่นักลงทุนหน้าใหม่ส่วนมากมักถอดใจไปก่อนคือ การต้องอดทนรออนาคตที่ยังมาไม่ถึง ทั้งในแง่ของการเติบโตของกิจการและราคาหุ้นที่ผันผวนตลอดเวลา นักลงทุนหน้าใหม่ที่ยังวิเคราะห์ตลาดได้ไม่ดีพอ มักจะคิดว่าการคาดคะเนของตนเองผิดพลาดและหมดกำลังใจในการลงทุน
ในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไป กิจการที่ดีจะพิสูจน์ตัวเองให้เห็นในที่สุด แต่ตอนนี้บรรดานักลงทุนหน้าใหม่ที่ต่างเทขายเพราะเสียเซ้วไปนั้น ต้องมานึกเสียดายและเสียใจ ก็เป็นบทเรียนอีกบทหนึ่งที่บรรดาแมลงเม่าต้องจดจำไว้ว่า
รักจะเป็น VI ต้องอดทน นะจ๊ะ :P
ถ้าใครว่างๆ ก็มาจอยกันได้นะจ๊ะ ^^ จะเอาหุ้นมาฝากพี่เม่าด้วยก็ได้ ถ้าซื้อหนังสือมาแล้วก็เอามาให้เซ็นต์ได้ค่ะ (กรุณาอย่าแอบเอาใบค้ำ หรือสัญญาเงินกู้แนบหลอกมานะฮะ) หรือจะมาซื้อในงานก็มีขาย มีเกมส์แจกเสื้อเม่าจตุรเมพแก่ผู้โชคดีด้วยนะฮ้าฟฟฟฟ
ในที่สุดทาง สนพ. ก็จัดงานเปิดตัวหนังสือให้แร้ว เย้เย้ \^@^/ ขอเชิญเพื่อนเม่าทุกท่านเป็นเกียรติร่วมงาน...
เปิดตัวหนังสือ "เล่นหุ้นกะพี่เม่า"
สถานที่ : ร้านหนังสือคิโนะคูนิยะ สาขาสยามพารากอน ชั้น 3
วันที่ : เสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2555
เวลา : 15.00 - 18.00 น.
แล้วเจอกัลนะจ๊ะ (ช่วยกันเกณฑ์พรรคพวกมาหน่อยนะ เด๋วไม่มีใครมา เกรงว่าจะเหงาเงิบ) ใครซื้อหนังสือไปแล้วเอาไปด้วยนะจ๊ะ มีเกมส์แจกเสื้อเม่าจตุรเมพ และพบพี่เม่ามาสคอตตัวจริงได้ในงานนี้ จัดเต็มๆๆๆๆ
Learn from the mistakes of others. You can't live long enough to make them all yourself. จงเรียนรู้จากความผิดพลาดของผู้อื่น เพราะเราไม่สามารถเรียนรู้ความผิดพลาดทั้งหมดได้ในช่วงชีวิตของเรา (Eleanor roosevelt qutoes)
บล็อกนี้ทำขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อรวบรวมความผิดพลาดจากการเล่นหุ้นของนักลงทุนหน้าใหม่ ให้เป็นอุทาหรณ์แก่แมลงเม่ารุ่นใหม่ทุกท่าน ถ้าคิดว่าบล็อกนี้เป็นประโยชน์ก็ช่วยแชร์ให้เพื่อนๆ อ่านหน่อยนะคะ ถ้าต้องการสนับสนุนพี่เม่าก็อุดหนุนหนังสือได้จ้า ^_^