
ไทยเครดิต ธนาคารพาณิชย์ เพื่อคนตัวเล็กในสังคม
5 ก.พ. 2024
#หุ้นIPO #ธนาคารไทยเครดิต #CREDIT
ไทยเครดิต ธนาคารพาณิชย์ เพื่อคนตัวเล็กในสังคม
มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ถ้าจะกู้เงินจากธนาคารไปทำอะไรสักอย่าง สิ่งแรกที่ธนาคารจะถามหา ก็คือ Statement
แล้วเคยสงสัยกันไหมว่า ถ้าเป็นผู้ประกอบการรายเล็กมาก ๆ อย่างพ่อค้าแม่ค้าตามตลาด ที่ไม่ได้ทำบัญชี หรือมี Statement แบบมนุษย์เงินเดือน จะขอกู้ได้อย่างไร ?
คำตอบก็คือ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่ทางธนาคารจะปล่อยกู้ให้คนเหล่านี้ ทั้ง ๆ ที่กลุ่มคนเหล่านี้ คือกำลังสำคัญที่คอยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย
มีหนึ่งธนาคารที่เห็นปัญหานี้ จึงเข้ามาเป็นตัวกลางเพื่อให้บริการสินเชื่อแก่ ผู้ประกอบการ, SME รายเล็ก และ พ่อค้าแม่ค้าที่ขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบ นั่นก็คือ “ธนาคารไทยเครดิต”
โดย ธนาคารไทยเครดิต หรือ CREDIT ถือเป็นธนาคารพาณิชย์เพื่อคนตัวเล็กในสังคม และเป็นธนาคารพาณิชย์รายแรกในรอบ 10 ปี ที่กำลังจะ IPO
แล้ว ธนาคารไทยเครดิตมีที่มาที่ไปอย่างไร ?
แรกเริ่มเดิมที ธนาคารไทยเครดิต ก่อตั้งขึ้นในปี 2513 โดยใช้ชื่อเดิมว่า บริษัท กรุงเทพสินทวี จำกัด
ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็น บริษัท เครดิตฟองซิเอร์ไทยเคหะ จำกัด ในปี 2526 และพัฒนาขึ้นมาเป็นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยในปี 2550 จากนั้นจึงเริ่มปรับกลยุทธ์ไปโฟกัสกับกลุ่มลูกค้าธุรกิจรายย่อย ในปี 2556
ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็น บริษัท เครดิตฟองซิเอร์ไทยเคหะ จำกัด ในปี 2526 และพัฒนาขึ้นมาเป็นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยในปี 2550 จากนั้นจึงเริ่มปรับกลยุทธ์ไปโฟกัสกับกลุ่มลูกค้าธุรกิจรายย่อย ในปี 2556
โดยมีบริการหลักต่าง ๆ ดังนี้
- สินเชื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี (Micro SME) สำหรับธุรกิจ SME ขนาดเล็ก ส่วนใหญ่มีพนักงานไม่เกิน 5 คน วงเงินกู้ตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 35 ล้านบาท
- สินเชื่อไมโครและนาโนไฟแนนซ์ (Micro and Nano Finance) สำหรับร้านค้าขนาดเล็ก และพ่อค้าแม่ค้าในตลาด วงเงินกู้ตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท
- ผลิตภัณฑ์สินเชื่ออื่น เช่น สินเชื่อบ้านแลกเงิน สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล และสินเชื่อรายย่อยอื่น ๆ
- บริการเงินฝาก
ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ 30 ก.ย. 66) ธนาคารไทยเครดิต มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 527 สาขา ได้แก่
- สาขาสินเชื่อ 267 สาขา
- สาขา Kiosk 233 สาขา
- สาขาเงินฝาก 27 สาขา
- สาขา Kiosk 233 สาขา
- สาขาเงินฝาก 27 สาขา
จากปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ และจำนวนสาขาที่ครอบคลุมนี่เอง ที่ส่งผลให้มูลค่าพอร์ตสินเชื่อของธนาคารไทยเครดิต เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมีเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ในมือกว่า 138,000 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 30 ก.ย. 66) แบ่งออกเป็น
- สินเชื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี 67.7%
- สินเชื่อไมโครและนาโนไฟแนนซ์ 15.3%
- สินเชื่อบ้านแลกเงิน 15.2%
- อื่น ๆ 1.8%
- สินเชื่อไมโครและนาโนไฟแนนซ์ 15.3%
- สินเชื่อบ้านแลกเงิน 15.2%
- อื่น ๆ 1.8%
แล้วอะไรคือจุดเด่นที่ทำให้ ธนาคารไทยเครดิต น่าสนใจลงทุน ?
1. ผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง
1. ผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง
ปี 2563
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 6,371 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 1,373 ล้านบาท
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 6,371 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 1,373 ล้านบาท
ปี 2564
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 8,494 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 1,935 ล้านบาท
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 8,494 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 1,935 ล้านบาท
ปี 2565
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 11,052 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 2,353 ล้านบาท
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 11,052 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 2,353 ล้านบาท
โดยระหว่างปี 2563-2565 ธนาคารไทยเครดิตมี
- รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) เท่ากับ 31.7% ต่อปี
- กำไรเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) เท่ากับ 30.9% ต่อปี
- รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) เท่ากับ 31.7% ต่อปี
- กำไรเติบโตเฉลี่ยสะสม (CAGR) เท่ากับ 30.9% ต่อปี
และล่าสุด งวด 9 เดือน ปี 2566
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 9,784 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 2,817 ล้านบาท
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 9,784 ล้านบาท
กำไรสุทธิ 2,817 ล้านบาท
2. ความสามารถในการทำกำไรโดดเด่น
โดยในงวด 9 เดือน ปี 2566 ที่ผ่านมา ธนาคารไทยเครดิต มีอัตราส่วนทางการเงินที่น่าสนใจ เช่น
- ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 8.2%
- อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) 21.8%
- อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวม (Cost to Income Ratio) 36.2% ต่ำสุดในอุตสาหกรรม
- ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 8.2%
- อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) 21.8%
- อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวม (Cost to Income Ratio) 36.2% ต่ำสุดในอุตสาหกรรม
ตอกย้ำถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุน และการทำกำไร เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรม
3. พอร์ตสินเชื่อเติบโต
ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่าน คือปี 2563-2565 ธนาคารไทยเครดิต มีอัตราการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อเฉลี่ยสะสม (CAGR) ถึง 33% ต่อปี
และ ณ วันที่ 30 ก.ย. 66 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้จำนวน 138,435 ล้านบาท
และ ณ วันที่ 30 ก.ย. 66 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้จำนวน 138,435 ล้านบาท
ด้วยจุดแข็งและอัตราการเติบโตที่โดดเด่นนี้เอง ทำให้ธนาคารไทยเครดิตเตรียมขยายธุรกิจ ด้วยการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเงินกองทุน และใช้เป็นเงินทุนสำหรับการขยายพอร์ตสินเชื่อ รวมถึงปรับปรุง และพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
สำหรับใครที่สนใจ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อร่วมเป็นเจ้าของและเติบโตไปพร้อมกับธนาคาร ผ่านหนังสือชี้ชวนได้ที่ https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSEQ01.aspx?TransID=527568&lang=th หรือที่เว็บไซต์ของธนาคารไทยเครดิต www.thaicreditbank.com
#MAOxCREDIT