
“ยั่งยืนไม่ยาก” บทสรุปจากงาน GC Sustainable Living Symposium 2024: GEN S GATHERING
2 ธ.ค. 2024
#GC
“ความยั่งยืน” ไม่ใช่แค่เทรนด์ที่ผ่านมาแล้วผ่านไป
“ความยั่งยืน” ไม่ใช่แค่ทางเลือกของความอยู่รอด แต่คือทางออกเดียวของโลกใบนี้ต่างหาก
“ความยั่งยืน” ไม่ใช่แค่ทางเลือกของความอยู่รอด แต่คือทางออกเดียวของโลกใบนี้ต่างหาก
ภาวะโลกร้อน กับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ GC ในฐานะผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล จึงได้ตั้งเป้าหมาย “ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050”
โดยมี 3 เสาหลัก คือ
1. เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และลดการปล่อยของเสีย
2. ลงทุนในธุรกิจเคมีภัณฑ์มูลค่าสูง และคาร์บอนต่ำ
3. ดูดซับคาร์บอน ด้วยการปลูกป่า และค้นหาเทคโนโลยีใหม่
1. เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และลดการปล่อยของเสีย
2. ลงทุนในธุรกิจเคมีภัณฑ์มูลค่าสูง และคาร์บอนต่ำ
3. ดูดซับคาร์บอน ด้วยการปลูกป่า และค้นหาเทคโนโลยีใหม่
จากทั้ง 3 เสาหลัก ก็ได้ถูกคิดค้นและพัฒนามาเป็นโครงการต่าง ๆ มากมายกว่า 200 โครงการ
และเมื่อไม่นานมานี้ พี่เม่าได้ไปร่วมงาน “GC Sustainable Living Symposium 2024: GEN S GATHERING”
ที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง GC กับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม
ที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง GC กับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม
ภายใต้แนวคิด “ยั่งยืนไม่ยาก”
GEN S หมายถึง Generation Sustainability ซึ่งก็คือคนทุกเพศ ทุกวัย ที่ใส่ใจในความยั่งยืนนั่นเอง
ในงานนี้ GC ได้จัดนิทรรศการเพื่อแสดงศักยภาพและเทคโนโลยีการผลิตเคมีภัณฑ์มูลค่าสูงคาร์บอนต่ำมากมาย
พี่เม่าจะเลือกหยิบบูทเด่น ๆ ที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟัง
พี่เม่าจะเลือกหยิบบูทเด่น ๆ ที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟัง
1. GC ร่วมกับ allnex ผู้นำระดับโลกในธุรกิจผลิตภัณฑ์ Coating Resins
นำเสนอเคมีภัณฑ์เคลือบผิว ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อการใช้งาน และลดการปล่อยของเสียในกระบวนการผลิต
นำเสนอเคมีภัณฑ์เคลือบผิว ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยต่อการใช้งาน และลดการปล่อยของเสียในกระบวนการผลิต
โดยผลิตภัณฑ์รักษ์โลกของ allnex ยังถูกใช้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น
สีพ่นตู้คอนเทนเนอร์, สีเฟอร์นิเจอร์ และ บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ
สีพ่นตู้คอนเทนเนอร์, สีเฟอร์นิเจอร์ และ บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ
2. GC ร่วมกับ NatureWorks ผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพคาร์บอนต่ำชั้นนำของโลก
สร้างนวัตกรรมพลาสติกชีวภาพจากน้ำตาลจากอ้อย
สร้างนวัตกรรมพลาสติกชีวภาพจากน้ำตาลจากอ้อย
เป็นการเพิ่มมูลค่าน้ำตาลจากอ้อย โดยนำมาผลิตเป็นพลาสติกชีวภาพพอลิแลกติกแอซิด (PLA)
ซึ่งพลาสติกชีวภาพนี้ ถูกนำไปใช้ได้หลากหลาย เช่น การพิมพ์ 3 มิติ, ถุงชา, แก้วกาแฟ
ซึ่งพลาสติกชีวภาพนี้ ถูกนำไปใช้ได้หลากหลาย เช่น การพิมพ์ 3 มิติ, ถุงชา, แก้วกาแฟ
และที่สำคัญคือ สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ 100%
3. มีบูทที่แสดงให้เห็นว่า GC เป็นบริษัทไทยรายแรก ที่ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) จากน้ำมันพืชใช้แล้ว จากการปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมันดิบด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง
ถือเป็นการเอานวัตกรรม มาสร้างเป็นพลังงานหมุนเวียน ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม
4. GC ร่วมกับกลุ่มปตท. ทำโครงการ Eastern Thailand CCS Hub
เพื่อดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์อย่างถาวร
เพื่อดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์อย่างถาวร
โดยวิธีการก็คือ จะมีเครื่องดักจับคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยสู่อากาศในบริเวณโรงงานหรือนิคมอุตสาหกรรม
จากนั้นคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกส่งไปยังสถานีรวบรวมชั่วคราวที่อยู่บนฝั่ง แล้วก็ส่งไปยังแหล่งกักเก็บนอกชายฝั่งอีกทอดหนึ่ง
ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญก็คือ คาร์บอนไดออกไซด์จะถูกอัดกลับเข้าชั้นหินใต้ดินถาวร ไม่ปล่อยออกสู่บรรยากาศอีก
เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่พี่เม่าเห็นว่าเจ๋งดี
5. GC ยังได้ร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และชุมชน ทำโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูและบำรุงรักษาระบบนิเวศ
โดยที่ผ่านมาก็มีโครงการที่น่าสนใจ เช่น
- โครงการปลูกป่าชายเลน 3,457 ไร่ ต้นไม้กว่า 2 ล้านต้น
- โครงการฟื้นป่ารักษ์น้ำ เขาห้วยมะหาด 2,500 ไร่
- โครงการ “ยิ่งปลูกยิ่งดี” เปลี่ยนกองขยะในกรุงเทพฯ ให้เป็นป่า
- โครงการปลูกป่าชายเลน 3,457 ไร่ ต้นไม้กว่า 2 ล้านต้น
- โครงการฟื้นป่ารักษ์น้ำ เขาห้วยมะหาด 2,500 ไร่
- โครงการ “ยิ่งปลูกยิ่งดี” เปลี่ยนกองขยะในกรุงเทพฯ ให้เป็นป่า
จนมาถึงโครงการล่าสุดคือ การศึกษาการปลูกข้าวนาเปียกสลับแห้ง
ซึ่งการปลูกข้าวแบบนี้ ก็มีข้อดีหลายอย่าง เช่น
- ใช้น้ำน้อยลงช่วยลดต้นทุน แต่ในทางกลับกันก็เพิ่มผลผลิตให้ด้วย
- ช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทน ที่เป็นก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศโลกมากเป็นอันดับ 2 รองจากคาร์บอนไดออกไซด์
ซึ่งการปลูกข้าวแบบนี้ ก็มีข้อดีหลายอย่าง เช่น
- ใช้น้ำน้อยลงช่วยลดต้นทุน แต่ในทางกลับกันก็เพิ่มผลผลิตให้ด้วย
- ช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทน ที่เป็นก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศโลกมากเป็นอันดับ 2 รองจากคาร์บอนไดออกไซด์
และเมื่อเกษตรกรมีส่วนช่วยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ก็สามารถขายเป็นคาร์บอนเครดิตได้ เป็นการสร้างรายได้อีกทางด้วย
เรียกได้ว่า ดีต่อทั้งเกษตรกร และดีต่อสิ่งแวดล้อมเลย
6. โครงการ “YOUเทิร์น” เทิร์นขยะพลาสติก เริ่มต้นที่ YOU
คือการเปลี่ยนขยะพลาสติกรีไซเคิล ให้กลับมาใช้ได้ใหม่ และนำไปผลิตเป็นสินค้าที่น่าใช้
คือการเปลี่ยนขยะพลาสติกรีไซเคิล ให้กลับมาใช้ได้ใหม่ และนำไปผลิตเป็นสินค้าที่น่าใช้
โดยเริ่มตั้งแต่การแยกขยะพลาสติก และนำมาทิ้งที่จุดรับพลาสติกสะอาด YOUเทิร์น หรือ YOUเทิร์น Drop Point
ทางโครงการจะรวบรวมและคัดแยกขยะพลาสติกอีกครั้ง จากนั้นก็เชื่อมต่อการขนส่งเข้าสู่ ENVICCO โรงงานรีไซเคิลพลาสติกมาตรฐานโลกของ GC กับโรงงานรีไซเคิลพันธมิตรที่ได้มาตรฐาน
และนำกลับมาใช้ใหม่ให้ได้มากที่สุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และช่วยลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนไปพร้อม ๆ กัน
นั่นก็แปลว่า คนทุกเพศ ทุกวัย สามารถเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ แบบนี้ และกลายมาเป็น GEN S
ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตรงกับแนวคิด “ยั่งยืนไม่ยาก” ได้จริง ๆ
ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตรงกับแนวคิด “ยั่งยืนไม่ยาก” ได้จริง ๆ
#MAOxGC
Tag:GC