สาระมีอยู่จริง : กำไรรวม ของ “บริษัททั้งเครือ” หนูอยากรู้…ต้องดูยังไง ?

0
1364

สิ้นปี…ใกล้ถึงเวลาสรุปผลประกอบการประจำปีของบริษัท ปีนี้วิกฤตโควิดเริ่มคลี่คลาย หลายบริษัทมีแนวโน้มผลประกอบการดีขึ้น อาจเตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าวดีประจำปี เพื่อแสดงถึงความมั่นคงของบริษัท สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน

โดยเฉพาะหุ้นบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ ที่มีทั้งบริษัทแม่-บริษัทลูกอยู่ในตลาดหุ้น มักจะได้รับความสนใจจากนักลงทุน อาจมีสื่อหลายสำนักช่วยสรุปผลประกอบการรวมทั้งเครือ พร้อมอินโฟกราฟฟิคสวยงามให้ดูเข้าใจง่ายขึ้นด้วย แต่ข้อควรระวังคือ ตัวเลขผลประกอบการรวมของบริษัททั้งเครืออาจคลาดเคลื่อน!

เคสคลาสสิค คือ การนำกำไรสุทธิของบริษัทแม่และบริษัทลูก มาบวกกันตรงๆ แล้วสรุปเร็วๆ ว่าผลประกอบการเติบโตแบบก้าวกระโดด!

ซึ่งความจริงการคิดกำไรของ “บริษัททั้งเครือ” จะบวกกันตรงๆ แบบนั้นไม่ได้ เนื่องจากบริษัทแม่ถือหุ้นบริษัทลูกเกินกว่าครึ่ง กำไรสุทธิของบริษัทแม่ก็รวมกำไรของบริษัทลูกเข้าไปแล้ว การนำมาบวกกันตรงๆ จะทำให้ตัวเลขกำไรเยอะเกินจริง!

ตัวอย่างบริษัทที่เจอบวกผิดบ๊อยบ่อย คือ “กลุ่ม ปตท.” อย่างในปี 2564 มีข่าวว่า

❌ “กลุ่ม ปตท.” มีกำไรสุทธิรวม 2.38 แสนล้านบาท ❌

ซึ่งถ้าไปเปิดงบการเงินในเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ก็จะพบว่าตัวเลขกำไรของแต่ละบริษัทจะเป็นดังนี้

  • บริษัท PTT กำไรรวม 108,363 ล้านบาท

บริษัทย่อยของ PTT ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น 6 บริษัทคือ

  • PTTEP กำไรรวม 38,864 ล้านบาท
  • TOP กำไรรวม 12,578 ล้านบาท
  • IRPC กำไรรวม 14,505 ล้านบาท
  • PTTGC กำไรรวม 44,982 ล้านบาท
  • GPSC กำไรรวม 7,319 ล้านบาท
  • OR กำไรรวม 11,475 ล้านบาท

นำเครื่องคิดเลขขึ้นมากดบวกเพลินๆ จะได้  238,086 ล้านบาท อ้าว…ก็ตรงกับที่ข่าวออกนี่ แล้วผิดยังไง ?

คือไม่ได้ว่าบวกผิดนะ เพราะมันผิดตั้งแต่วิธีคิดจ้า 😅

เนื่องจากกำไรของ PTT แสนกว่าล้านนั้น เป็นกำไรที่เกิดจาก…

➕ กำไรของกิจการหลัก

➕ กำไรของ PTTEP ~65%*

➕ กำไรของ TOP/IRPC/PTTGC ~48%*

➕ กำไรของ GPSC/OR ~75%*

➕ กำไรของบริษัทย่อยอื่นที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้น และบริษัทร่วมอื่น ๆ อีกมากมาย

( *อ้างอิงจากสัดส่วนการถือหุ้น ณ สิ้นปี 2564 )

 พูดง่ายๆ คือบริษัท PTT ที่ได้กำไรแสนกว่าล้านบาทนั้น ได้รวมกำไรจาก PTTEP ไปแล้ว 65% ตกประมาณสองหมื่นกว่าล้านบาท ถ้าจะหากำไร “กลุ่ม ปตท” โดยเอากำไรของ PTT ไปบวกกับ PTTEP ก็จะเป็นการบวกส่วนสองหมื่นกว่าล้านนี้ซ้ำซ้อน แล้วก็ทำผิดซ้ำซ้อนแบบนี้กับบริษัทย่อยอีก 5 แห่งที่เหลือด้วย ทำให้กำไร “กลุ่ม ปตท.” เติบโตทะลุฟ้าไปเลย เย้!…ซึ่งผิด!

แล้วกำไรสุทธิรวมของ “บริษัททั้งเครือ” ที่ถูกต้อง จะหายังไง ?

ขอบอกว่า…หาง่ายกว่าบวกเองอีก

ให้ไปดูที่ “งบการเงินรวม” ของบริษัทแม่ เพราะตามหลักการบันทึกบัญชี งบการเงินรวม จะรวมทั้งบริษัทใหญ่และบริษัทย่อย เสมือนว่าเป็นหน่วยงานทางเศรษฐกิจหน่วยเดียว ทั้งสินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ รายได้ ค่าใช้จ่าย กระแสเงินสด จะถูกคิดคำนวณรวมกัน แล้วถึงค่อยมาแยกตามสัดส่วนการถือหุ้นทีหลัง

ถ้าจะหากำไรสุทธิของ “กลุ่ม ปตท.” ที่มีบริษัทย่อยและบริษัทร่วมรวมกว่า 400 บริษัท แบบง่ายสุด ไม่ต้องเหนื่อยบวกเองด้วย แค่เปิด “งบการเงินรวม” แล้วหาบรรทัดที่เขียนว่า “กำไรสำหรับปี/กำไรสำหรับงวด” ตรงนี้จะเป็นกำไรสุทธิรวมของ “กลุ่ม ปตท.”  ในปี 2564 จะอยู่ที่ 152,067 ล้านบาท ไม่ใช่ 2 แสนกว่าล้านบาท แบบที่บวกเองแต่อย่างใด

และกำไรสุทธิของ “บริษัท PTT” จะอยู่ที่หัวข้อถัดมาคือ “การแบ่งปันกำไร : ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ” อันนี้คือกำไรตามสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อย อยู่ที่ 108,363 ล้านบาท เป๊ะ! ตรงกับที่รายงานในเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์

ส่วนบรรทัดด้านล่างติดกันคือ “การแบ่งกำไร : ส่วนที่เป็นของผู้มีส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมของบริษัทย่อย” นั่นคือ กำไรของบริษัทย่อยในส่วนที่ PTT ไม่ได้ถือหุ้น อยู่ที่ 43,704 ล้านบาท

📌สรุปสั้นๆ คือ วิธีการดูกำไรรวมของบริษัททั้งเครือ ให้ดูจากงบการเงินรวมก่อนส่วนการแบ่งกำไร

การลงทุนมีความเสี่ยง ข้อมูลข่าวสารตามสื่อต่างๆ ก็อาจคลาดเคลื่อนได้ นักลงทุนควรตรวจสอบตัวเลขที่ถูกต้องก่อนใช้ตัดสินใจลงทุนนะจ๊ะ ด้วยรักจากพี่เม่า ❤️